<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>AtBangyai.com &#187; ไหว้พระ 9 วัด</title>
	<atom:link href="http://AtBangyai.com/category/gallery/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://AtBangyai.com</link>
	<description>ชุมชนออนไลน์ของชาวบางใหญ่</description>
	<lastBuildDate>Fri, 26 Jul 2024 15:25:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.8.8</generator>
	<item>
		<title>วัดอัมพวัน</title>
		<link>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-9/</link>
		<comments>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-9/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2015 02:19:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ไหว้พระ 9 วัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://atbangyai.com/?p=437</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ความเป็นมา วัดอัมพวัน เดิมชื่อ &#8220;วัดบางม่วง&#8221; เป็นวัดสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลายประมาณรัชกาล พระเจ้าปราสาททอง ตั้งอยู่ริมคลองแม่น้ำอ้อม ตำบลบางม่วง ในสมัยพระเจ้าปราสาททองได้อพยพไพร่พล หนีโรคระบาดมาพักไพร่พลและสร้างวัดบางม่วงขึ้น เพราะตั้งอยู่ในตำบลบางม่วง ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นชื่อ &#8220;วัดอัมพวัน&#8221; มีปูชนียวัตถุ คือ มณฑป สร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย เป็นศิลปกรรมพม่า (ชเวดากอง) มีลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น ตัวมณฑปมีประตูทางด้านทิศเหนือและใต้ด้านละบาน ส่วนอีก 2 ด้านเป็นผนังทึบ เครื่องบนหลังคา ทรงมณฑปซ้อน 4 ชั้น หลังคามุงกระเบื้องเกล็ดเต่าดินเผาไม่เคลือบ หางหงส์เป็นเศียร พื้นมณฑปแลละเฉลียงปูหินอ่อนแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีขาว ปูชนียวัตถุสถานที่สำคัญ หอไตรกลางน้ำ สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา เป็นสถาปัตยกรรมไทยที่สมบูรณ์ที่สุด เป็นเรือนไม้ตั้งอยู่ในสระน้ำ ขนาดเล็ก ตัวหอเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างโล่งไม่มีพื้นและฝา ชั้นบนเป็นตัวหอขนาด 2 ห้อง ช่วงล่างเป็นลูกฟักกระดานดุน ยกพื้นสูงกว่าเฉลียงรอบเล็กน้อย บานประตูเข้าในหอไตรเป็นบานไม้ลงรักปิดทองลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ตอนบนเป็นซี่ลูกกรงไม้กลึงเสากรอบประตูเป็นเสาหัวเม็ด ประตูหูข้าง เครื่องลำยอง เป็นไม้จำหลัก หลังคาซ้อน 2 ชั้น มีปีกนก 1 ชั้น มุงกระเบื้องดินเผาใต้เชิงชาย และหน้าบันประดับไม้สลักลายรดน้ำ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ความเป็นมา</strong><br />
วัดอัมพวัน เดิมชื่อ &#8220;วัดบางม่วง&#8221; เป็นวัดสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลายประมาณรัชกาล พระเจ้าปราสาททอง ตั้งอยู่ริมคลองแม่น้ำอ้อม ตำบลบางม่วง ในสมัยพระเจ้าปราสาททองได้อพยพไพร่พล หนีโรคระบาดมาพักไพร่พลและสร้างวัดบางม่วงขึ้น เพราะตั้งอยู่ในตำบลบางม่วง ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นชื่อ &#8220;วัดอัมพวัน&#8221; มีปูชนียวัตถุ คือ มณฑป สร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย เป็นศิลปกรรมพม่า (ชเวดากอง) มีลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น ตัวมณฑปมีประตูทางด้านทิศเหนือและใต้ด้านละบาน ส่วนอีก 2 ด้านเป็นผนังทึบ เครื่องบนหลังคา ทรงมณฑปซ้อน 4 ชั้น หลังคามุงกระเบื้องเกล็ดเต่าดินเผาไม่เคลือบ หางหงส์เป็นเศียร พื้นมณฑปแลละเฉลียงปูหินอ่อนแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีขาว ปูชนียวัตถุสถานที่สำคัญ</p>
<p>หอไตรกลางน้ำ สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา เป็นสถาปัตยกรรมไทยที่สมบูรณ์ที่สุด เป็นเรือนไม้ตั้งอยู่ในสระน้ำ ขนาดเล็ก ตัวหอเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างโล่งไม่มีพื้นและฝา ชั้นบนเป็นตัวหอขนาด 2 ห้อง ช่วงล่างเป็นลูกฟักกระดานดุน ยกพื้นสูงกว่าเฉลียงรอบเล็กน้อย บานประตูเข้าในหอไตรเป็นบานไม้ลงรักปิดทองลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ตอนบนเป็นซี่ลูกกรงไม้กลึงเสากรอบประตูเป็นเสาหัวเม็ด ประตูหูข้าง เครื่องลำยอง เป็นไม้จำหลัก หลังคาซ้อน 2 ชั้น มีปีกนก 1 ชั้น มุงกระเบื้องดินเผาใต้เชิงชาย และหน้าบันประดับไม้สลักลายรดน้ำ ฝาผนังด้านนอกทาสีลูกฟักด้วยสีแดง ขอบขาว ตัวไม้เครื่องบันอื่นๆ ทาสีขาว ตัดเหลี่ยมสีแดง เสาลงพื้นสีขาวเขียนลายแดง หน้าบาน ประตูเข้าในหอไตรเป็นบานไม้ลงรักปิดทองลายพุ่มข้าว-บิณฑ์ และประจำยามก้านแย่ง อกเลาเป็นไม้จำหลักลายดอกพุดตานลูกฟัก เหนือประตูเป็นภาพนกข้างละตัว เหนือขึ้นไปเป็นภาพพระอาทิตย์ พระจันทร์ ในห้องสะกัดท้ายหอไตรเป็นที่เก็บพาน ตะลุ่ม และ ฐานพระพุทธรูปไม้จำหลักเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีมณฑปพระพุทธบาท ภายในมีพระพุทธบาทจำลองทำด้วยโลหะประดิษฐาน อยู่บนฐานปูน และศาลาท่าน้ำที่งดงามมาก</p>
<p>ที่ตั้ง ต. บางม่วง อ.<em>บางใหญ่</em> จ.นนทบุรี  การเดินทางบก ใช้เส้นทางถนนวงแหวนรอบนอกบางบัวทอง-ตลิ่งชัน แยกซ้ายมือที่ตำบลบางม่วง</p>
<p>ขอขอบคุณ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนนทบุรีสำหรับข้อมูล</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วัดดอนสะแก</title>
		<link>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-8/</link>
		<comments>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-8/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2015 02:18:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ไหว้พระ 9 วัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://atbangyai.com/?p=435</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ความเป็นมา วัดดอนสะแก สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2545 เดิมเป็นวัดร้างมาก่อนราว 200 ปี (สมัยอยุธยาตอนปลาย) ในอดีตชาวบ้านได้ไปใช้ประโยชน์ โดยการขอเช่าสิทธิ์เพื่อทำการเกษตรกับกรมศาสนา และ ที่ประดิษฐานเก่า หลวงปู่ขาว วัดดอนสะแกเคยเป็นวัดร้างมาก่อนราว 200 ปี (อยุธยาตอนปลาย )  จากประวัติจากคนเก่าๆเล่าต่อกันมาว่า  แต่เดิมวัดดอนสะแก เป็นป่าสะแกมีลักษณะเป็นที่โล่งและเป็นที่ดอน สมัยก่อนพระสงฆ์มีการทำพิธีกรรม ร่วมกัน พระสงฆ์จึงต้องเดินเท้าเพื่อมาร่วมพิธี ดังกล่าว การเดินทางด้วยเท้าจึงเป็นการเดินทางที่ลำบากและใช้เวลานาน  จึงต้องมีการพักค้างแรม ณ ป่าดอนสะแกแห่งนี้  จึงเป็นที่มา ของวัด ดอนสะแก ปัจจุบันวัดดอนสะแก มีหลวงปู่ขาวเป็นที่เคารพ บูชาของประชาชน  มีพระครูสังฆรักษ์วรวุฒิ   มหาลาโภ   เป็นเจ้าอาวาส ที่ตั้ง หมู่14  ถนนกาญจนาภิเษก หลังหมู่บ้านพระปิ่น 3 ตำบลบางแม่นาง  อำเภอบางใหญ่   จังหวัดนนทบุรี โทร 02 903 2012 ข้างหลังวัดมีร้านก๋วยจั๊บน้ำข้นดอนสะแก น่าลองชืม ขอขอบคุณ อบต.บางแม่นาง สำหรับข้อมูล]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ความเป็นมา</strong></p>
<p>วัดดอนสะแก สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2545 เดิมเป็นวัดร้างมาก่อนราว 200 ปี (สมัยอยุธยาตอนปลาย) ในอดีตชาวบ้านได้ไปใช้ประโยชน์ โดยการขอเช่าสิทธิ์เพื่อทำการเกษตรกับกรมศาสนา และ ที่ประดิษฐานเก่า หลวงปู่ขาว</p>
<p>วัดดอนสะแกเคยเป็นวัดร้างมาก่อนราว 200 ปี (อยุธยาตอนปลาย )  จากประวัติจากคนเก่าๆเล่าต่อกันมาว่า  แต่เดิมวัดดอนสะแก เป็นป่าสะแกมีลักษณะเป็นที่โล่งและเป็นที่ดอน สมัยก่อนพระสงฆ์มีการทำพิธีกรรม ร่วมกัน พระสงฆ์จึงต้องเดินเท้าเพื่อมาร่วมพิธี ดังกล่าว การเดินทางด้วยเท้าจึงเป็นการเดินทางที่ลำบากและใช้เวลานาน  จึงต้องมีการพักค้างแรม ณ ป่าดอนสะแกแห่งนี้  จึงเป็นที่มา ของวัด ดอนสะแก ปัจจุบันวัดดอนสะแก</p>
<p>มีหลวงปู่ขาวเป็นที่เคารพ บูชาของประชาชน  มีพระครูสังฆรักษ์วรวุฒิ   มหาลาโภ   เป็นเจ้าอาวาส</p>
<p>ที่ตั้ง หมู่14  ถนนกาญจนาภิเษก หลังหมู่บ้านพระปิ่น 3 ตำบลบางแม่นาง  อำเภอบางใหญ่   จังหวัดนนทบุรี โทร 02 903 2012</p>
<p>ข้างหลังวัดมีร้านก๋วยจั๊บน้ำข้นดอนสะแก น่าลองชืม</p>
<p>ขอขอบคุณ อบต.บางแม่นาง สำหรับข้อมูล</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วัดคงคา</title>
		<link>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-7/</link>
		<comments>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-7/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2015 02:18:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ไหว้พระ 9 วัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://atbangyai.com/?p=433</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ความเป็นมา วัดคงคาถือเป็นวัดที่มีความเก่าแก่มากที่สุดวัดหนึ่งในจังหวัดนนทบุรีโดยวัดนี้ถูกสร้างขึ้นป เมื่อประมาณ พ.ศ 2370 แต่ไม่ทราบชื่อผู้สร้างอย่างแน่ชัด ในอดีต ชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่า &#8220;วัดโคก&#8221; เนื่องจากบริเวณวัดเป็นเนินสูง ต่อมา ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น &#8220;วัดคงคา&#8221; เนื่องจากอยู่ริมคลองลัดและคลองบางใหญ่ วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนกาญจนาภิเษก(ถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก) ในย่านบางใหญ่ หากมาจากสามแยกบางใหญ่ จากถนนรัตนาธิเบศร์ พอถึงสามแยกบางใหญ่ (แยกบิ๊กคิงส์) ก็ให้เลี้ยวซ้ายไปทางที่จะไปถนนบรมราชชนนี (ทางไปปิ่นเกล้า) จากนั้น วิ่งตรงไปสักประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะเจอสะพานกลับรถเกือกม้าของอีกฝั่ง พอถึงสุดทางลงสะพานเกือกม้าก็ให้ชะลอรถเพื่อชิดซ้าย จนกระทั่งข้ามคลองบางใหญ่ ก็จะเห็นป้ายวัดคงคาอยู่ทางด้านซ้ายมือ จากนั้น ให้เลี้ยวเข้าซอยไปก็จะเจอประตูทางเข้าวัด ภายในวัดมีพระอุโบสถเก่าแก่ อันเป็นที่ประดิษฐานของพระประธานในอุโบสถขนาดใหญ่ โดยองค์พระเป็นพระพุทธรูปศิลาแลงปิดทองคำเปลวแบบสุโขทัย มีชื่อว่า “หลวงพ่อศิลาแดง (แลง)” ซึ่งถูกสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ทั้งนี้ ชาวบ้านเชื่อว่าน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ของท่านจะช่วยปัดเป่าสิ่งเลวร้ายให้กลับกลายเป็นสิริมงคลึ และสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆให้ชาวบ้านและผู้มาเยี่ยมชมไปสักการะและเคราพบูชาได้อีกอ เช่น หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ (ซึ่งเปิดเป็นทางการพร้อมกับพระอุโบสถหลังใหม่ในวันที่ 5 ธันวาคม 2553) พระสังกัจจายน์ พระสีวลี เจ้าแม่กวนอิม เสด็จพ่อ ร.5]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ความเป็นมา</strong></p>
<p>วัดคงคาถือเป็นวัดที่มีความเก่าแก่มากที่สุดวัดหนึ่งในจังหวัดนนทบุรีโดยวัดนี้ถูกสร้างขึ้นป เมื่อประมาณ พ.ศ 2370 แต่ไม่ทราบชื่อผู้สร้างอย่างแน่ชัด ในอดีต ชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่า &#8220;วัดโคก&#8221; เนื่องจากบริเวณวัดเป็นเนินสูง ต่อมา ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น &#8220;วัดคงคา&#8221; เนื่องจากอยู่ริมคลองลัดและคลองบางใหญ่</p>
<p>วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนกาญจนาภิเษก(ถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก) ในย่านบางใหญ่ หากมาจากสามแยกบางใหญ่ จากถนนรัตนาธิเบศร์ พอถึงสามแยกบางใหญ่ (แยกบิ๊กคิงส์) ก็ให้เลี้ยวซ้ายไปทางที่จะไปถนนบรมราชชนนี (ทางไปปิ่นเกล้า) จากนั้น วิ่งตรงไปสักประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะเจอสะพานกลับรถเกือกม้าของอีกฝั่ง พอถึงสุดทางลงสะพานเกือกม้าก็ให้ชะลอรถเพื่อชิดซ้าย จนกระทั่งข้ามคลองบางใหญ่ ก็จะเห็นป้ายวัดคงคาอยู่ทางด้านซ้ายมือ จากนั้น ให้เลี้ยวเข้าซอยไปก็จะเจอประตูทางเข้าวัด</p>
<p>ภายในวัดมีพระอุโบสถเก่าแก่ อันเป็นที่ประดิษฐานของพระประธานในอุโบสถขนาดใหญ่ โดยองค์พระเป็นพระพุทธรูปศิลาแลงปิดทองคำเปลวแบบสุโขทัย มีชื่อว่า “หลวงพ่อศิลาแดง (แลง)” ซึ่งถูกสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ทั้งนี้ ชาวบ้านเชื่อว่าน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ของท่านจะช่วยปัดเป่าสิ่งเลวร้ายให้กลับกลายเป็นสิริมงคลึ และสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆให้ชาวบ้านและผู้มาเยี่ยมชมไปสักการะและเคราพบูชาได้อีกอ เช่น หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ (ซึ่งเปิดเป็นทางการพร้อมกับพระอุโบสถหลังใหม่ในวันที่ 5 ธันวาคม 2553) พระสังกัจจายน์ พระสีวลี เจ้าแม่กวนอิม เสด็จพ่อ ร.5 เจ้าแม่คระเคียน ท้าวเวสสุวัณ เป็นต้น</p>
<p>นอกจากการไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์สร้างความเป็นสิริมงคลให้กับตนเองแล้ว บริเวณรอบๆวัด ยังมีที่ทำบุญให้อาหารปลา และปล่อยปลา ปล่อยสัตว์ต่างๆอีกด้วย นับว่า มาที่นี่แล้ว สามารถทำบุญได้หลายรูปแบบเลยทีเดียว</p>
<p>ที่ตั้ง  ถนนกาญจนาภิเษก ต.บางม่วง อ.<em>บางใหญ่</em> จ.นนทบุรี  โทร 02 924 7438</p>
<p>ขอขอบคุณ ททท. สำหรับข้อมูล</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วัดอินทร์</title>
		<link>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-6/</link>
		<comments>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-6/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2015 02:17:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ไหว้พระ 9 วัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://atbangyai.com/?p=431</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ความเป็นมา ชุมชนวัดอินทร์ สมัยโบราณเป็นชุมชนขนาดใหญ่ วัดอินทร์สร้างเมื่อ พ.ศ. 2253 โดยไม่ปรากฏนามผู้สร้าง วัดนี้ภายในอุโบสถ ประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัย ที่สร้างด้วยหินทรายแดง ฐานชุกชี อ่อนโค้งท้องสำเภา ตกแต่งด้วยผ้าทิพย์และลายปูนปั้นที่สูงค่ายิ่ง เป็นฝีมือช่างสมัยอยุธยาตอนปลาย นอกจากนี้ยังมีร่องรอยการลงรักปิดทองประดับกระจกมาก่อน แสดงให้เป็นว่าเป็นการช่างชั้นสูงที่มีฝีมือเป็นเลิศ อุโบสถหลังเก่าและวิหารเป็นอาคารเครื่องก่อทั้ง ๒ หลัง เดิมหลังคามุงด้วยกระเบื้องเผากาบกล้วยไม่เคลือบสีด้านหน้าด้านหลัง มีหลังคาซ้อน ๒ ตอน หน้าบันเรียบไม่มีลวดลายเหมือนกันทั้ง ๒ หลัง วัดอินทร์เป็นสถานที่ปฎิบัติธรรม และให้อาหารปลา ที่ดีอีกหนึ่งแห่งในย่านบางใหญ่ ที่ตั้ง 48 หมู่ที่ 2 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เข้ามาในซอยวัดเสาธงหิน จากถนนกาญจนาภิเษก หรือ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ความเป็นมา</strong></p>
<p>ชุมชนวัดอินทร์ สมัยโบราณเป็นชุมชนขนาดใหญ่</p>
<p>วัดอินทร์สร้างเมื่อ พ.ศ. 2253 โดยไม่ปรากฏนามผู้สร้าง วัดนี้ภายในอุโบสถ ประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัย ที่สร้างด้วยหินทรายแดง ฐานชุกชี อ่อนโค้งท้องสำเภา ตกแต่งด้วยผ้าทิพย์และลายปูนปั้นที่สูงค่ายิ่ง เป็นฝีมือช่างสมัยอยุธยาตอนปลาย นอกจากนี้ยังมีร่องรอยการลงรักปิดทองประดับกระจกมาก่อน แสดงให้เป็นว่าเป็นการช่างชั้นสูงที่มีฝีมือเป็นเลิศ</p>
<p>อุโบสถหลังเก่าและวิหารเป็นอาคารเครื่องก่อทั้ง ๒ หลัง เดิมหลังคามุงด้วยกระเบื้องเผากาบกล้วยไม่เคลือบสีด้านหน้าด้านหลัง มีหลังคาซ้อน ๒ ตอน หน้าบันเรียบไม่มีลวดลายเหมือนกันทั้ง ๒ หลัง</p>
<p>วัดอินทร์เป็นสถานที่ปฎิบัติธรรม และให้อาหารปลา ที่ดีอีกหนึ่งแห่งในย่านบางใหญ่</p>
<p>ที่ตั้ง 48 หมู่ที่ 2 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เข้ามาในซอยวัดเสาธงหิน จากถนนกาญจนาภิเษก หรือ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-6/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วัดพระนอน</title>
		<link>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-5/</link>
		<comments>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-5/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2015 02:16:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ไหว้พระ 9 วัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://atbangyai.com/?p=429</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ความเป็นมา ถึงแม้ว่าชื่อวัดอาจจะสับสนได้กับวัดราษฎร์ประคองธรรม ซึ่งมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่เช่นกัน แต่วัดพระนอนเป็นวัดขนาดเล็กที่มีพระนอน หรือพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดเล็ก ตั้งอยู่ภายในตัวอุโบสถเช่นกัน ชาวบ้านในชุมชนถือเอาเหตุผลที่วัดนี้มีพระนอนที่ศักดิ์สิทธิ์มาแต่เดิมจึงได้ขนาน นามว่า วัดพระนอน ตราบจนถึงทุกวันนี้ อย่างไรก็ตาม ในปีที่อำเภอบางใหญ่ประสบอุทกภัยบริเวณอนุสรณ์และสถานที่โดยรอบบริเวณวัด ทางวัดได้รับความเสียหายจากอุทกภัยดังกล่าว แต่เป็นที่น่าสังเกตและมหัศจรรย์อย่างยิ่งที่บริเวณอุโบสถของวัดพระนอนแห่งนี้ น้ำไม่ไหลท่วมสู่บริเวณอุโบสถแม้แต่ปีที่น้ำท่วมสูงสุดเมื่อ พ.ศ. 2485 วัดแห่งนี้มีเจ้าอาวาสคือพระครูรัตนาสุตาภิรักษ์ (รตสีโล สมชาย แสงรัตน์) อุปสมบทเมื่อวันที่ 20 เดือนมิถุนายน ปีพุทธศักราช 2525 ที่ตั้ง  63 หมู่ที่ 1 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี  โทร 02 595 1456]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ความเป็นมา</strong></p>
<p>ถึงแม้ว่าชื่อวัดอาจจะสับสนได้กับวัดราษฎร์ประคองธรรม<br />
ซึ่งมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่เช่นกัน แต่วัดพระนอนเป็นวัดขนาดเล็กที่มีพระนอน<br />
หรือพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดเล็ก ตั้งอยู่ภายในตัวอุโบสถเช่นกัน</p>
<p>ชาวบ้านในชุมชนถือเอาเหตุผลที่วัดนี้มีพระนอนที่ศักดิ์สิทธิ์มาแต่เดิมจึงได้ขนาน<br />
นามว่า วัดพระนอน ตราบจนถึงทุกวันนี้ อย่างไรก็ตาม<br />
ในปีที่อำเภอบางใหญ่ประสบอุทกภัยบริเวณอนุสรณ์และสถานที่โดยรอบบริเวณวัด<br />
ทางวัดได้รับความเสียหายจากอุทกภัยดังกล่าว<br />
แต่เป็นที่น่าสังเกตและมหัศจรรย์อย่างยิ่งที่บริเวณอุโบสถของวัดพระนอนแห่งนี้<br />
น้ำไม่ไหลท่วมสู่บริเวณอุโบสถแม้แต่ปีที่น้ำท่วมสูงสุดเมื่อ พ.ศ. 2485<br />
วัดแห่งนี้มีเจ้าอาวาสคือพระครูรัตนาสุตาภิรักษ์ (รตสีโล สมชาย แสงรัตน์)<br />
อุปสมบทเมื่อวันที่ 20 เดือนมิถุนายน ปีพุทธศักราช 2525</p>
<p>ที่ตั้ง  63 หมู่ที่ 1 ต.เสาธงหิน อ.<em>บางใหญ่</em> จ.นนทบุรี  โทร 02 595 1456</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วัดปรางค์หลวง</title>
		<link>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-4/</link>
		<comments>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-4/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2015 02:16:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ไหว้พระ 9 วัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://atbangyai.com/?p=427</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ความเป็นมา เดิมชื่อ “วัดหลวง” สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าอู่ทองกรุงศรีอยุธยาตอนต้น พ.ศ. 1904 จุดเด่นคือมีพระปรางค์องค์ใหญ่ ก่ออิฐ ถือปูน ตั้งบน ฐานบัวลูกฟัก ซ้อนกันสามชั้น ต่อมาในสมัยสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้มาเห็นองค์พระปรางค์ที่สร้างขึ้นไว้พร้อมกับการสร้างวัด จึงได้เปลี่ยนนามวัดนี้เป็น &#8220;วัดปรางค์หลวง&#8221; สำหรับปูชนียวัตถุ มีประธานในอุโบสถ นามว่า &#8220;หลวงพ่ออู่ทอง&#8221; เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทอง ปางมารวิชัย หน้าตัก 9 คืบ โด่งดังเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ทำให้มีชาวบ้านเดินทางมาสักการะบูชากันมากมาย ที่ตั้ง  32 คลองบางกอกน้อย หมู่ 1 ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โทร 02 595 1477]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ความเป็นมา</strong></p>
<p>เดิมชื่อ “วัดหลวง” สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าอู่ทองกรุงศรีอยุธยาตอนต้น พ.ศ. 1904 จุดเด่นคือมีพระปรางค์องค์ใหญ่ ก่ออิฐ ถือปูน ตั้งบน ฐานบัวลูกฟัก ซ้อนกันสามชั้น</p>
<p>ต่อมาในสมัยสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้มาเห็นองค์พระปรางค์ที่สร้างขึ้นไว้พร้อมกับการสร้างวัด จึงได้เปลี่ยนนามวัดนี้เป็น &#8220;วัดปรางค์หลวง&#8221; สำหรับปูชนียวัตถุ มีประธานในอุโบสถ นามว่า <strong>&#8220;หลวงพ่ออู่ทอง&#8221; </strong>เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทอง ปางมารวิชัย หน้าตัก 9 คืบ โด่งดังเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ทำให้มีชาวบ้านเดินทางมาสักการะบูชากันมากมาย</p>
<p>ที่ตั้ง  32 คลองบางกอกน้อย หมู่ 1 ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โทร 02 595 1477</p>
<div></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วัดสวนแก้ว</title>
		<link>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-3/</link>
		<comments>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-3/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2015 02:16:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ไหว้พระ 9 วัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://atbangyai.com/?p=425</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ความเป็นมา เดิมชื่อ วัดแก้ว เป็นวัดร้างมา 80 ปี ภายหลังหลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ และพระภิกษุอีก 3-4 รูป ได้เข้ามาพำนักแต่พื้นที่ ของวัดเต็มไปด้วยเรือกสวน หลวงพ่อไม่สามารถจะบูรณะได้เพราะขาดบุคลากรที่จะช่วยพัฒนา พ.ศ. 2521 พระพยอมและเพื่อนพระภิกษุอีก 2 รูป ได้เดินทางมากราบหลวงพ่อเทียน เพื่อขอทำโครงการ บวชเณรภาคฤดูร้อน เมื่อเสร็จแล้วก็จะลากลับสวนโมกข์ เมื่อหลวงพ่อเทียนได้อนุญาตให้พำนักแล้ว ยังได้ช่วยสนับ สนุนงานบวชเณรภาคฤดูร้อนด้วยโดยช่วยเป็นพระพี่เลี้ยงให้ พ.ศ. 2522 หลวงพ่อเทียนได้มอบหมายให้พระพยอมและเพื่อนภิกษุเป็นผู้ดูแลรักษาวัดต่อไป ส่วนตัวหลวงพ่อเทียน กลับจังหวัดเลย ที่วัดแก้วนี้ พระพยอมได้พัฒนาพื้นที่ของวัดและเตรียมจำลองสวนโมกขพลารามให้เกิดขึ้นในเมือง ตามคำที่ท่านพุทธทาสเคยปรารภเมื่อคราวที่ยังศึกษาธรรมอยู่ที่สวน โมกข ท่านได้ทุ่มเทชีวิตใจเพื่อการบูรณะวัดอย่างเต็มที่และได้นำทรัพย์ส่วนตัวมาพัฒนาวัดแก้ว ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัด สวนแก้ว เมื่อพัฒนาวัดจนเหมาะสมกับสภาพสิ่งแวดล้อมของวัดแล้วจึงมุ่งเผยแพร่พุทธศาสนา อีกครั้งหนึ่ง พ.ศ. 2529 เป็นปีที่พระพยอมรับกิจนิมนต์มากทำให้ทราบถึงปัญหาต่าง ๆ ของคนระดับกลางลงมาซึ่งต้องยอมรับว่า บุคคลเหล่านี้ มีพฤติกรรมที่หลงใหล ใฝ่ต่ำเรื่องเพศ เรื่องเหล้า เมายา ไม่มีสมองที่จะคิดพัฒนาใดๆ เท่าที่ควร ทำให้พระพยอมตัดสินใจที่จะช่วยบุคคลเหล่านี้ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ความเป็นมา</strong></p>
<p>เดิมชื่อ วัดแก้ว เป็นวัดร้างมา 80 ปี ภายหลังหลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ และพระภิกษุอีก 3-4 รูป ได้เข้ามาพำนักแต่พื้นที่ ของวัดเต็มไปด้วยเรือกสวน หลวงพ่อไม่สามารถจะบูรณะได้เพราะขาดบุคลากรที่จะช่วยพัฒนา</p>
<p>พ.ศ. 2521 พระพยอมและเพื่อนพระภิกษุอีก 2 รูป ได้เดินทางมากราบหลวงพ่อเทียน เพื่อขอทำโครงการ บวชเณรภาคฤดูร้อน เมื่อเสร็จแล้วก็จะลากลับสวนโมกข์ เมื่อหลวงพ่อเทียนได้อนุญาตให้พำนักแล้ว ยังได้ช่วยสนับ สนุนงานบวชเณรภาคฤดูร้อนด้วยโดยช่วยเป็นพระพี่เลี้ยงให้</p>
<p>พ.ศ. 2522 หลวงพ่อเทียนได้มอบหมายให้พระพยอมและเพื่อนภิกษุเป็นผู้ดูแลรักษาวัดต่อไป ส่วนตัวหลวงพ่อเทียน กลับจังหวัดเลย ที่วัดแก้วนี้ พระพยอมได้พัฒนาพื้นที่ของวัดและเตรียมจำลองสวนโมกขพลารามให้เกิดขึ้นในเมือง ตามคำที่ท่านพุทธทาสเคยปรารภเมื่อคราวที่ยังศึกษาธรรมอยู่ที่สวน โมกข</p>
<p>ท่านได้ทุ่มเทชีวิตใจเพื่อการบูรณะวัดอย่างเต็มที่และได้นำทรัพย์ส่วนตัวมาพัฒนาวัดแก้ว ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัด สวนแก้ว เมื่อพัฒนาวัดจนเหมาะสมกับสภาพสิ่งแวดล้อมของวัดแล้วจึงมุ่งเผยแพร่พุทธศาสนา</p>
<p>อีกครั้งหนึ่ง พ.ศ. 2529 เป็นปีที่พระพยอมรับกิจนิมนต์มากทำให้ทราบถึงปัญหาต่าง ๆ ของคนระดับกลางลงมาซึ่งต้องยอมรับว่า บุคคลเหล่านี้ มีพฤติกรรมที่หลงใหล ใฝ่ต่ำเรื่องเพศ เรื่องเหล้า เมายา ไม่มีสมองที่จะคิดพัฒนาใดๆ เท่าที่ควร</p>
<p>ทำให้พระพยอมตัดสินใจที่จะช่วยบุคคลเหล่านี้ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พระพยอมจึงได้รวบรวม ทุนทรัพย์ส่วนตัว ซึ่ง มีไม่มากนักนำมาใช้พัฒนาบริเวณวัด และหาทุนซื้อที่ดินบริเวณใกล้เคียงต่อออกไปอีก เพื่อทำเป็นมูลนิธิสวนแก้ว</p>
<p>ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกในการบริหารงานช่วยสังคม ปัญหาของสังคมทุกวันนี้ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่าง ฐานะ อาชีพ ความรู้ และโอกาส ซึ่งพระสงฆ์ควรจะมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหานี้ด้วย ด้วยปณิธานที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และเผยแพร่ ศีลธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เพื่อให้ประชาชนได้รู้จักการใช้ หลักธรรม ในการดำเนินชีวิตและแก้ปัญหาด้วยตนเอง ท่านจึงได้จัดตั้งมูลนิธิสวนแก้วขึ้น ในปี พ.ศ. 2529</p>
<p>ที่ตั้ง บ้านบางเลน หมู่ ๑ ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี    โทร  02595-1444, 02 921-5022</p>
<p>ขอขอบคุณ มูลนิธิสวนแก้วขึ้น สำหรับข้อมูล</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วัดเสาธงหิน</title>
		<link>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-2/</link>
		<comments>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2015 02:15:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ไหว้พระ 9 วัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://atbangyai.com/?p=423</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ความเป็นมา วัดเสาธงหิน เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี แต่เดิมเรียกว่า &#8220;วัดสัก&#8221; อาจเนื่องมาจากสถานที่ตั้งของวัดเดิมมีต้นสักและต้นยางอยู่มากในสมัยก่อน หลักฐานรายละเอียดของ &#8220;วัดสัก&#8221; ยังหาไม่พบ เพียงแต่สันนิษฐานและคาดคะเนจากวัสดุก่อสร้างที่ยังพอมีเหลืออยู่ในขณะนี้และคำบอกเล่าจากผู้สูงอายุ เช่น พระประธานในพระอุโบสถหลังเก่าที่หล่อด้วยเนื้อชินเงินหมดทั้งองค์ พร้อมด้วยพระโมคคัลลานะ และพระสารีบุตรก็หล่อแบบอย่างสมัยกรุงศรีอยุธยา ส่วนอุโบสถหลังเก่าก็เป็นเครื่องยืนยันอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นวัดเก่าแก่จริง ๆ วัสดุต่าง ๆ ที่ใช้ในการก่อสร้าง เช่นอิฐก่อผนัง และชุกชี (ฐานพระประธาน) ก็ทำมาจากอิฐก้อนใหญ่ ๆ เหมือนกันกับอิฐที่ใช้สร้างวัดวาอารามในสมัยกรุงศรีอยุธยา ส่วนผสมปูนที่ก่อสร้างหรือปูนที่ใช้ฉาบนั้นก็คงใช้ส่วนผสมต่าง ๆ ตามแบบช่างในสมัยกรุงศรีอยุธยา เครื่องประดับตกแต่งอุโบสถก็ใช้เครื่องใช้ถ้วยชามสมัยเก่าเป็นเครื่องประดับทั้งหน้าบรรณด้านหน้าและด้านหลัง &#8220;วัดสัก&#8221;หรือ&#8221;วัดเสาธงหิน&#8221;ในปัจจุบัน ตามคำบอกเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่ที่สูงอายุ สืบต่อกันมาจนกระทั่งถึง คุณยายยวง พินรอด อายุ 80 ปีเศษ ตั้งบ้านเรือนอยู่ข้างวัดฯ ได้มาทำบุญเป็นประจำ และผู้ใหญ่นวล บุญมี อายุ 80 ปีเศษ ชาวบ้านคลองศรีราษฏร์ อีกคนหนึ่งได้เล่าประวัติของวัดเสาธงหินว่า ในสมัยของสมเด็จพระเจ้ากรงธนบุรี หรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อพระองค์ได้เสด็จกรีฑาทัพเพื่อที่จะทำการกู้ชาติไทยจากพม่าข้าศึก ได้เสด็จนำทัพผ่านมาทางวัดสัก เมื่อทอดพระเนตรเห็นต้นสักจำนวนมากเป็นที่ร่มรื่นจึงรับสั่งให้หยุดทัพพักพลรบ ณ.ที่วัดสักแห่งนี้ เพื่อพักเอาแรงและกำลังต่อไป]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ความเป็นมา</strong></p>
<p>วัดเสาธงหิน เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี แต่เดิมเรียกว่า &#8220;วัดสัก&#8221; อาจเนื่องมาจากสถานที่ตั้งของวัดเดิมมีต้นสักและต้นยางอยู่มากในสมัยก่อน หลักฐานรายละเอียดของ &#8220;วัดสัก&#8221; ยังหาไม่พบ เพียงแต่สันนิษฐานและคาดคะเนจากวัสดุก่อสร้างที่ยังพอมีเหลืออยู่ในขณะนี้และคำบอกเล่าจากผู้สูงอายุ เช่น</p>
<p>พระประธานในพระอุโบสถหลังเก่าที่หล่อด้วยเนื้อชินเงินหมดทั้งองค์ พร้อมด้วยพระโมคคัลลานะ และพระสารีบุตรก็หล่อแบบอย่างสมัยกรุงศรีอยุธยา</p>
<p>ส่วนอุโบสถหลังเก่าก็เป็นเครื่องยืนยันอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นวัดเก่าแก่จริง ๆ วัสดุต่าง ๆ ที่ใช้ในการก่อสร้าง เช่นอิฐก่อผนัง และชุกชี (ฐานพระประธาน) ก็ทำมาจากอิฐก้อนใหญ่ ๆ เหมือนกันกับอิฐที่ใช้สร้างวัดวาอารามในสมัยกรุงศรีอยุธยา ส่วนผสมปูนที่ก่อสร้างหรือปูนที่ใช้ฉาบนั้นก็คงใช้ส่วนผสมต่าง ๆ ตามแบบช่างในสมัยกรุงศรีอยุธยา เครื่องประดับตกแต่งอุโบสถก็ใช้เครื่องใช้ถ้วยชามสมัยเก่าเป็นเครื่องประดับทั้งหน้าบรรณด้านหน้าและด้านหลัง</p>
<p>&#8220;วัดสัก&#8221;หรือ&#8221;วัดเสาธงหิน&#8221;ในปัจจุบัน ตามคำบอกเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่ที่สูงอายุ สืบต่อกันมาจนกระทั่งถึง คุณยายยวง พินรอด อายุ 80 ปีเศษ ตั้งบ้านเรือนอยู่ข้างวัดฯ ได้มาทำบุญเป็นประจำ และผู้ใหญ่นวล บุญมี อายุ 80 ปีเศษ ชาวบ้านคลองศรีราษฏร์ อีกคนหนึ่งได้เล่าประวัติของวัดเสาธงหินว่า</p>
<p>ในสมัยของสมเด็จพระเจ้ากรงธนบุรี หรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อพระองค์ได้เสด็จกรีฑาทัพเพื่อที่จะทำการกู้ชาติไทยจากพม่าข้าศึก ได้เสด็จนำทัพผ่านมาทางวัดสัก เมื่อทอดพระเนตรเห็นต้นสักจำนวนมากเป็นที่ร่มรื่นจึงรับสั่งให้หยุดทัพพักพลรบ ณ.ที่วัดสักแห่งนี้ เพื่อพักเอาแรงและกำลังต่อไป</p>
<p>เมื่อพระองค์ประทับอยู่ก็มิได้เห็นชาวบ้านออกมาต้อนรับก็ทรงทราบว่า ชาวบ้านตำบลนี้ ก่อนที่พระองค์จะเสด็จมาถึง ได้ถูกทหารพม่าที่ยกมาตีไทยข่มเหงเขนฆ่ารังแกด้วยประการต่างๆนานา จึงอพยพหลบหนีกระเจิดกระเจิงอย่างเสียขวัญไปคนละทางสองทาง จึงทรงรับสั่งให้หัวหมู่ทหารที่ตามเสด็จมาด้วย ออกเกลี้ยกล่อมรวบรวมผู้คนที่ยังเหลืออยู่ที่พอจะมีจะได้รวบรวมกำลังกันเข้า แล้วจะยกทัพไปรบกับพม่าฆ่าศึกต่อไป</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็นทัพของผู้ใด ย่อมมีธงชัยประจำทัพ หรือธงประจำตัวของแม่ทัพคนนั้น ๆ ทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็เช่นเดียวกัน ได้มีรับสั่งให้ปักธงประจำทัพของพระองค์ลงบนกองทราย ณ.ตำบลนั้น โดยให้หัวหมู่ทหารนำพลพรรคไปหาเอาหินก้อนใหญ่ๆ มากองทัพเสาธงและล้อมรอบธงไว้เพื่อกันมิให้ธงล้ม หลังจากนั้นเพื่อเป็นพระอนุสรณ์แด่พระองค์ว่าครั้งหนึ่ง ได้ทรงเสด็จนำทัพผ่านมาและทรงเสด็จประทับพักพลรบ ณ ตำบลนี้เพื่อไปรบกับพม่าข้าศึก เช่นชาวบ้านค่าย “บางระจัน” แม่ทัพนายกองและไพร่พลทั้งหลายจึงพากันเรียกขานแต่นั้นมาว่า จุดหมาย &#8220;เสาธงหิน&#8221; จากปากต่อปากเรียกกันมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้</p>
<p>ขณะที่ทรงประทับอยู่ ณ จุดหมาย “เสาธงหิน” เพื่อทรงพักเอาพละกำลังให้พลรบให้เตรียมตัวให้พร้อมรบและทรงรอข้าทหารที่ทรงส่งไปเกลี้ยกล่อมผู้คน ผู้เสียขวัญให้เข้ามารวบรวมเข้าในกองทัพของพระองค์ เพื่อจะยกทัพไปตีพม่าอยู่นั้น พระองค์ได้ทรงสังเกตเห็นว่า &#8220;วัดสัก&#8221;นี้ เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง อุโบสถหรือก็ชำรุดทรุดโทรมอีกทั้งพระประธานก็หักชำรุดจนแทบจะไม่เป็นองค์พระ พระองค์เกิดมีพระศรัทธาจริต คิดจะบูรณะหรือสร้างอุโบสถและพระประธานขึ้นใหม่เพื่อเป็นพุทธบูชา ณ ที่แห่งนี้ จึงมีรับสั่งให้ทหารเอกคู่พระทัยนามว่า&#8221;อำดำดิ่ง&#8221;เดินทางไปที่ ตำบลกระจิว (ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)ซึ่งเป็นภูมิลำเนาภริยาของท่านมีนามว่า&#8221;อำแดงสุก&#8221;ให้รวบรวมกำลังคนและกำลังทรัพย์เท่าที่จะหาได้มาก่อสร้างวัดที่ชำรุดทรุดโทรมให้เป็นวัดใหม่ที่สมบูรณ์ขึ้นมาสักวัดหนึ่ง พร้อมกับให้สร้างพระประธานและพระสาวก คือพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ไว้ในอุโบสถนั้นด้วย เพื่อพระภิกษุสงฆ์จะได้ใช้ในกิจพระพุทธศาสนามาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้</p>
<p>ชาวบ้านที่อยู่แถว&#8221;วัดสัก&#8221;ที่ร่วมอาสาออกรบไปในครั้ง เมื่อเสร็จงานทัพกลับมาถึงบ้านแล้วก็ได้มาร่วมช่วยสร้างวัดและอุโบสถด้วยเพื่อเป็นอนุสรณ์ว่าครั้งหนึ่ง ณ ที่แห่งนี้ เคยเป็นจุดนัดหมายของกองทัพพระเจ้าตากสินมหาราช หรือที่เรียกกันว่า จุดหมาย “เสาธงหิน” จึงนำมาเรียกคนละแวกนั้น ว่า “ชาวเสาธงหิน” รวมถึงชาวบ้านละแวกนั้นก็ได้มีส่วนร่วมสร้างและบูรณะ จึงเรียกกันติดปากว่า&#8221;วัดเสาธงหิน&#8221; จนกระทั่งมีการจัดระบบปกครองทางการเมืองก็ให้ชื่อว่า &#8220;ตำบลเสาธงหิน&#8221; ส่วนวัดก็คงเรียกว่า&#8221;วัดเสาธงหิน&#8221;จากนั้นจนถึงปัจจุบัน</p>
<p>ผู้ที่ทราบประวัติเดิมของ&#8221;วัดสัก&#8221;หรือ&#8221;วัดเสาธงหิน&#8221; ทั้งสองท่านที่กล่าวถึงข้างต้นนี้ได้ถึงแก่กรรมไปแล้วในราว พ.ศ. 2510</p>
<p>ที่ตั้ง  38 หมู่ที่ 1 ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ริมคลองอ้อมนนท์ ใกล้ท่าน้ำบางใหญ่เก่า  โทรศัพท์ : 02 595-1449, 02 920-054</p>
<p>ขอขอบคุณ ทางเวบไซต์ watsaothonghin.com</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วัดต้นเชือก</title>
		<link>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-1/</link>
		<comments>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-1/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2015 02:15:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ไหว้พระ 9 วัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://atbangyai.com/?p=412</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ความเป็นมา สร้างเมื่อพ.ศ. 2324 มีหลวงพ่อวิหาร  เป็นพระประธานในวิหารเป็นพระพุทธรูปที่ ชาวบ้านและผู้เดินทางในสมัยโบราณให้ความ   เคารพนับถือและสักการะมาโดยตลอด แต่เพิ่งจะมาเจริญรุ่งเรืองประมาณ พ.ศ. 2490 ในตำบลบ้านใหม่มีวัดเพียงหนึ่งวัด ที่ตั้ง 8 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี  โทร 02 927-7418-9 &#160;]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ความเป็นมา</strong></p>
<p>สร้างเมื่อพ.ศ. 2324 มีหลวงพ่อวิหาร  เป็นพระประธานในวิหารเป็นพระพุทธรูปที่ ชาวบ้านและผู้เดินทางในสมัยโบราณให้ความ   เคารพนับถือและสักการะมาโดยตลอด แต่เพิ่งจะมาเจริญรุ่งเรืองประมาณ พ.ศ. 2490 ในตำบลบ้านใหม่มีวัดเพียงหนึ่งวัด</p>
<p>ที่ตั้ง 8 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี  โทร 02 927-7418-9</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://AtBangyai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0-9-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
