วัดเสาธงหิน
  • วัดเสาธงหิน

     

    ความเป็นมา

    วัดเสาธงหิน เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี แต่เดิมเรียกว่า “วัดสัก” อาจเนื่องมาจากสถานที่ตั้งของวัดเดิมมีต้นสักและต้นยางอยู่มากในสมัยก่อน หลักฐานรายละเอียดของ “วัดสัก” ยังหาไม่พบ เพียงแต่สันนิษฐานและคาดคะเนจากวัสดุก่อสร้างที่ยังพอมีเหลืออยู่ในขณะนี้และคำบอกเล่าจากผู้สูงอายุ เช่น

    พระประธานในพระอุโบสถหลังเก่าที่หล่อด้วยเนื้อชินเงินหมดทั้งองค์ พร้อมด้วยพระโมคคัลลานะ และพระสารีบุตรก็หล่อแบบอย่างสมัยกรุงศรีอยุธยา

    ส่วนอุโบสถหลังเก่าก็เป็นเครื่องยืนยันอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นวัดเก่าแก่จริง ๆ วัสดุต่าง ๆ ที่ใช้ในการก่อสร้าง เช่นอิฐก่อผนัง และชุกชี (ฐานพระประธาน) ก็ทำมาจากอิฐก้อนใหญ่ ๆ เหมือนกันกับอิฐที่ใช้สร้างวัดวาอารามในสมัยกรุงศรีอยุธยา ส่วนผสมปูนที่ก่อสร้างหรือปูนที่ใช้ฉาบนั้นก็คงใช้ส่วนผสมต่าง ๆ ตามแบบช่างในสมัยกรุงศรีอยุธยา เครื่องประดับตกแต่งอุโบสถก็ใช้เครื่องใช้ถ้วยชามสมัยเก่าเป็นเครื่องประดับทั้งหน้าบรรณด้านหน้าและด้านหลัง

    “วัดสัก”หรือ”วัดเสาธงหิน”ในปัจจุบัน ตามคำบอกเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่ที่สูงอายุ สืบต่อกันมาจนกระทั่งถึง คุณยายยวง พินรอด อายุ 80 ปีเศษ ตั้งบ้านเรือนอยู่ข้างวัดฯ ได้มาทำบุญเป็นประจำ และผู้ใหญ่นวล บุญมี อายุ 80 ปีเศษ ชาวบ้านคลองศรีราษฏร์ อีกคนหนึ่งได้เล่าประวัติของวัดเสาธงหินว่า

    ในสมัยของสมเด็จพระเจ้ากรงธนบุรี หรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อพระองค์ได้เสด็จกรีฑาทัพเพื่อที่จะทำการกู้ชาติไทยจากพม่าข้าศึก ได้เสด็จนำทัพผ่านมาทางวัดสัก เมื่อทอดพระเนตรเห็นต้นสักจำนวนมากเป็นที่ร่มรื่นจึงรับสั่งให้หยุดทัพพักพลรบ ณ.ที่วัดสักแห่งนี้ เพื่อพักเอาแรงและกำลังต่อไป

    เมื่อพระองค์ประทับอยู่ก็มิได้เห็นชาวบ้านออกมาต้อนรับก็ทรงทราบว่า ชาวบ้านตำบลนี้ ก่อนที่พระองค์จะเสด็จมาถึง ได้ถูกทหารพม่าที่ยกมาตีไทยข่มเหงเขนฆ่ารังแกด้วยประการต่างๆนานา จึงอพยพหลบหนีกระเจิดกระเจิงอย่างเสียขวัญไปคนละทางสองทาง จึงทรงรับสั่งให้หัวหมู่ทหารที่ตามเสด็จมาด้วย ออกเกลี้ยกล่อมรวบรวมผู้คนที่ยังเหลืออยู่ที่พอจะมีจะได้รวบรวมกำลังกันเข้า แล้วจะยกทัพไปรบกับพม่าฆ่าศึกต่อไป

    ไม่ว่าจะเป็นทัพของผู้ใด ย่อมมีธงชัยประจำทัพ หรือธงประจำตัวของแม่ทัพคนนั้น ๆ ทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็เช่นเดียวกัน ได้มีรับสั่งให้ปักธงประจำทัพของพระองค์ลงบนกองทราย ณ.ตำบลนั้น โดยให้หัวหมู่ทหารนำพลพรรคไปหาเอาหินก้อนใหญ่ๆ มากองทัพเสาธงและล้อมรอบธงไว้เพื่อกันมิให้ธงล้ม หลังจากนั้นเพื่อเป็นพระอนุสรณ์แด่พระองค์ว่าครั้งหนึ่ง ได้ทรงเสด็จนำทัพผ่านมาและทรงเสด็จประทับพักพลรบ ณ ตำบลนี้เพื่อไปรบกับพม่าข้าศึก เช่นชาวบ้านค่าย “บางระจัน” แม่ทัพนายกองและไพร่พลทั้งหลายจึงพากันเรียกขานแต่นั้นมาว่า จุดหมาย “เสาธงหิน” จากปากต่อปากเรียกกันมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้

    ขณะที่ทรงประทับอยู่ ณ จุดหมาย “เสาธงหิน” เพื่อทรงพักเอาพละกำลังให้พลรบให้เตรียมตัวให้พร้อมรบและทรงรอข้าทหารที่ทรงส่งไปเกลี้ยกล่อมผู้คน ผู้เสียขวัญให้เข้ามารวบรวมเข้าในกองทัพของพระองค์ เพื่อจะยกทัพไปตีพม่าอยู่นั้น พระองค์ได้ทรงสังเกตเห็นว่า “วัดสัก”นี้ เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง อุโบสถหรือก็ชำรุดทรุดโทรมอีกทั้งพระประธานก็หักชำรุดจนแทบจะไม่เป็นองค์พระ พระองค์เกิดมีพระศรัทธาจริต คิดจะบูรณะหรือสร้างอุโบสถและพระประธานขึ้นใหม่เพื่อเป็นพุทธบูชา ณ ที่แห่งนี้ จึงมีรับสั่งให้ทหารเอกคู่พระทัยนามว่า”อำดำดิ่ง”เดินทางไปที่ ตำบลกระจิว (ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)ซึ่งเป็นภูมิลำเนาภริยาของท่านมีนามว่า”อำแดงสุก”ให้รวบรวมกำลังคนและกำลังทรัพย์เท่าที่จะหาได้มาก่อสร้างวัดที่ชำรุดทรุดโทรมให้เป็นวัดใหม่ที่สมบูรณ์ขึ้นมาสักวัดหนึ่ง พร้อมกับให้สร้างพระประธานและพระสาวก คือพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ไว้ในอุโบสถนั้นด้วย เพื่อพระภิกษุสงฆ์จะได้ใช้ในกิจพระพุทธศาสนามาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้

    ชาวบ้านที่อยู่แถว”วัดสัก”ที่ร่วมอาสาออกรบไปในครั้ง เมื่อเสร็จงานทัพกลับมาถึงบ้านแล้วก็ได้มาร่วมช่วยสร้างวัดและอุโบสถด้วยเพื่อเป็นอนุสรณ์ว่าครั้งหนึ่ง ณ ที่แห่งนี้ เคยเป็นจุดนัดหมายของกองทัพพระเจ้าตากสินมหาราช หรือที่เรียกกันว่า จุดหมาย “เสาธงหิน” จึงนำมาเรียกคนละแวกนั้น ว่า “ชาวเสาธงหิน” รวมถึงชาวบ้านละแวกนั้นก็ได้มีส่วนร่วมสร้างและบูรณะ จึงเรียกกันติดปากว่า”วัดเสาธงหิน” จนกระทั่งมีการจัดระบบปกครองทางการเมืองก็ให้ชื่อว่า “ตำบลเสาธงหิน” ส่วนวัดก็คงเรียกว่า”วัดเสาธงหิน”จากนั้นจนถึงปัจจุบัน

    ผู้ที่ทราบประวัติเดิมของ”วัดสัก”หรือ”วัดเสาธงหิน” ทั้งสองท่านที่กล่าวถึงข้างต้นนี้ได้ถึงแก่กรรมไปแล้วในราว พ.ศ. 2510

    ที่ตั้ง  38 หมู่ที่ 1 ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ริมคลองอ้อมนนท์ ใกล้ท่าน้ำบางใหญ่เก่า  โทรศัพท์ : 02 595-1449, 02 920-054

    ขอขอบคุณ ทางเวบไซต์ watsaothonghin.com

     

    ไม่มีความเห็น 18/07/2015 ไหว้พระ 9 วัด

    Sorry reivews are closed for this Post.

error: Content is protected !!